บทที่ 13 ตอนที่11 ลงทัณฑ์

“ข้าน่ะเหงามากๆ เหงาจริงๆ” หญิงสาวบ่นอุบอิบอย่างต่อเนื่องอย่างมึนเมา

“หงเหม่ยหลงกับหลิวฉวนหยู่ร์ต่างก็ทอดทิ้งข้า ฮึ! พวกนางต่างก็มีความรัก ต่างได้เจอคนรัก” อึก อึก นางยกเหล้าขึ้นดื่มต่ออีกสองอึกใหญ่ๆ ก่อนพูดต่อกับมัน

“มีแต่ข้า ที่ยังไม่มีใคร ฮึ! หา! อะไรนะ จะให้ข้ากินบุรุษในอาณัติรึ  บ้าเรอะ! เสียการปกครองหมด ไม่ได้ ไม่ได้ ฮึ! พูดเยี่ยงนี้ เจ้า เจ้า ต้องถูกข้ากิน...” ว่าแล้วก็ยกไหสุราขึ้นดื่มอีกหลายอึกใหญ่

“เหล้าจ๋า เจ้าว่า ข้าควรทำอย่างไรดี ข้าควรเอายาปลุกกำหนัดยัดใส่ปากเขาเลยดีหรือไม่ หา! ไม่ดีรึ ไม่ได้รึ นั่นสิ ไม่ดีหรอก เฮ่อ!” จบคำก็ดื่มเหล้าต่อไป 

“ถ้าข้าทำอย่างนั้น"

“อืม...”

"ถ้าอย่างนั้น"

"อืม..."

"อืม..."

"อืม..."

"......"

"ทนไม่ไหวแล้ว!”

และเพียงพริบตาเดียว นางพญาจิ้งจอกเจินเจินก็เกิดสติแตก ตบะแตก จนมาถึงห้องนอนของหลี่เซียวเหยา

อา...

กลิ่นกายช่างหอมหวล

แผงอกช่างบึกบึน

เจินเจินหลับตาพริ้มและยังคงนอนกดทับบนเรือนร่างกำยำแผงอกแน่นๆของหลี่เซียวเหยาด้วยอาการมึนเมาพลางกินเต้าหู้ชายหนุ่มอยู่อย่างเพลิดเพลิน

ชายหนุ่มเจ้าของกลิ่นกายและแผงอกกำยำ ทำได้เพียงนอนนิ่งงันตัวแข็งทื่อ

สตรีนางนี้...

นาง...

นาง...

เขาจะทำอย่างไรกับนางดี….

บัดซบ!

บรรยากาศภายในห้องนอนอันโออ่ารโหฐานห้องหนึ่งของตำหนักหลี่เซียวเหยา

ปรากฎภาพของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งกำลังนอนทอดกายยาวเหยียดตัวเกร็งแข็งค้างอยู่บนเตียงนอน

ด้วยเพราะว่าเขากำลังถูกร่างนุ่มนิ่มบางระหงของสตรีนางหนึ่งนอนซ้อนทับอยู่บนเรือนร่างของเขา

พร้อมด้วยการกระทำบางอย่าง...

เนื้อนูนเด่นหยุ่นนุ่มขยับไปมาตรงแผงอกของเขา ใบหน้าเรียวงามเคลื่อนอยู่ใกล้ๆพร้อมลมหายใจเป่ารดใบหน้าของเขา มือไม้เรียวงามของนางกำลังไล้เลื่อนลูบคลำเคล้นคลึงไปตามส่วนต่างของเขา กลิ่นหอมจางๆลอยคละคลุ้งไปทั่วม่านมุ้ง

สตรีนางนั้นกำลังกระทำการอย่างนั้นอยู่อย่างเพลิดเพลินกับเขา 

ชายหนุ่มทำได้เพียงกำมือแน่นตรงผ้าปูเตียง และบางครั้งก็มีเสียงครางเบาๆผ่านออกมา 

มันหลุดออกมาจากลำคอของเขา แม้ว่าเขาจะพยายามสะกดกลั้นเสียงน่าอายนั่นเอาไว้ 

แต่ก็ยังคง...

หลุดครางออกมาอยู่ดี

ชายหนุ่มผู้นี้กำลังถูกย่ำยีอยู่อย่างทรมาน…

“ท่านรู้หรือไม่” เจินเจินส่งเสียงแผ่วหวานขณะซุกซบอยู่บนแผงอกบึกบึนของหลี่เซียวเหยา 

“ข้าน่ะ พยายามแล้ว...” นางกล่าวออกมาพลางลูบคลำเค้นคลึงไปตามส่วนต่างๆของชายหนุ่มอย่างไม่หยุดหย่อน จนเขาต้องเกร็งกล้ามเนื้อในทุกๆที่ที่มือเรียวงามสัมผัสพาดผ่าน

“ข้าพยายามแล้วที่จะไม่มองไปทางท่าน” หญิงสาวบ่นอุบอิบพึมพำบางเบาด้วยอาการมึนเมามือไม้ไล้เลื่อนไปมาอยู่ตรงแผงอกกำยำ 

“บุรุษรูปงามมากหน้าหลายตา...ข้าพยายามแล้วที่จะมอง...มองพวกเขา...ข้าพยายามแล้ว...” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวานแผ่วพลางเอื้อมมือมาตรงใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มที่กำลังขบกรามแน่นด้วยอาการเก็บข่มอารมณ์บางอย่าง

หญิงสาวใช้นิ้วเรียวสวยของตนลากผ่านส่วนต่างๆของใบหน้าของเขาตั้งแต่ริมฝีปากไปเรื่อยๆที่สันจมูก ก่อนลากขึ้นไปที่คิ้วคมเข้มแล้วไปหยุดอยู่ที่บริเวณหางตา

นางยังคงเกลี่ยนิ้วเบาๆที่บริเวณนั้นอยู่เนิ่นนาน ตรงบริเวณนี้เป็นที่อยู่ของนัยน์ตาสีดำขลับเปี่ยมเสน่ห์เหลือร้าย

นางยกมุมปากขึ้นยิ้มน้อยๆ ก่อนเอ่ยกระซิบกระซาบเสียงแหบพร่า “สายตาคมดุของท่าน...ช่างร้ายกาจ ร้ายกาจยิ่งนัก มันช่าง”

เจินเจินเหม่อมองใบหน้าของหลี่เซียวเหยาอยู่อึดใจก่อนวาดมือของตนออกไปข้างลำตัวของหลี่เซียวเหยาปล่อยเนื้อนูนนุ่มดันแผงอกของเขาอยู่อย่างนั้นเพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วคร่อมร่างของเขาก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “ข้าน่ะ ไม่ชอบท่านแล้ว ไม่ชอบ...”

นางกล่าวพลางส่งยิ้มบางเบาสายตาหวานเชื่อมพราวเสน่ห์เพราะฤทธิ์น้ำเมา “คนอย่างข้า...ไม่เคยพ่ายแพ้ ให้แก่บุรุษคนใด หึหึ ขอหอมแก้มทีนึง” จบคำก็ก้มหน้าเตรียมฝังจมูกเข้าที่ใบหน้าของเขา

ชายหนุ่มพยายามเบี่ยงหน้าของตนเพื่อเลี่ยงหลีกใบหน้างามอยู่อย่างยากลำบาก

“อย่าหลบเชียว หึหึ” ว่าแล้วก็ก้มหน้าไล่ตามใบหน้าคมเข้มไปมา

หลี่เซียวเหยาที่รู้ตัวแล้วว่าอาจจะพ่ายแพ้ให้แก่สตรีหน้าไม่อายนี่  แต่เขาก็ยังคง...ไม่ยอมจำนน

เขาไม่มีวัน...ยอมจำนนให้แก่สตรีร้ายกาจนางนี้เป็นแน่

ไม่มีวัน...

ไม่กี่ชั่วยามผ่านไป...

แสงแดดยามเช้าก็เข้ามาเยือน

บรรดาหมู่ภมรเริ่มโฉบบินไปมาล้อเล่นอยู่กับมวลบุปผาเหมือนเคยเหมือนดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา

จะมีก็เพียงแต่สตรีนางหนึ่งที่มักจะชอบเดินหมุนตัวเล่นอยู่ตรงนี้ที่หายไป

นางกำลังถูกลงทัณฑ์ด้วยบุรุษผู้หนึ่งที่นางพึงใจ 

บุรุษผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสายตาสีดำนิลคล้ายเวลากลางคืนแห่งรัตติกาล…

“ข้าผิดไปแล้ว...” เสียงเจินเจินยังคงโอดครวญอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ภายในห้องนอนของหลี่เซียวเหยา

สองแขนสองขาของหญิงสาวถูกมัดตรึงเอาไว้กับมุมเสาของเตียงนอนทั้งสี่ด้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป